000 03916nam a22002297a 4500
003 TH-BaNU
005 20230410095315.0
008 230410b2022 TH ||||| |||| 00| 0 tha d
020 _a 5522840218537
040 _aTH-BaNU
100 _aป้าแจง
245 _aตามรอยมรดกโลก บนเส้นทางสายไหม ตอน สุสานจิ๋นซีฮ่องเต้
260 _aกรุงเทพฯ:
_bซีเอ็ดยูเคชั่น:
_c2565
300 _a77 หน้า:
_bภาพประกอบ
520 _aตามบันทึกในประวัติศาสตร์จีนสุสานจิ๋นซีฮ่องเต้ ถูกขุดพบโดยบังเอิญจากชาวนาตระกูลหยางจำนวน 7 คน ในหมู่บ้านซีหยาง ในปี พ.ศ. 2517 ที่ขุดดินเพื่อหาบ่อน้ำไว้ใช้สำหรับเพาะปลูก ในวันที่ 5 ของการขุดดินเพื่อหาบ่อน้ำ เมื่อขุดลึกลงไปประมาณ 4 เมตร ก็พบกับวัตถุที่ทำด้วยดินเผาที่มีลักษณะรูปร่างคล้ายกับเหยือกสำหรับใส่น้ำ จึงค่อย ๆ ขุดดินอย่างระมัดระวัง และเมื่อยิ่งขุดลึกลงไปก็พบกองทัพทหารดินเผาในชุดเกราะ คันธนูและลูกธนูทองเหลืองจำนวนหนึ่ง เจ้าหน้าที่ของทางการที่รับผิดชอบในการขุดหาแหล่งน้ำของจีน ได้สังเกตเห็นถึงลักษณะของอิฐและรูปปั้นดินเผาที่มีลักษณะคล้ายคลึงกับที่สุสานของฉินสื่อหวง จึงได้รายงานไปยังทางการของมณฑลฉ่านซี หลังจากนั้นทางรัฐบาลจีนได้เริ่มทำการขุดค้นหาอย่างเป็นระบบ เริ่มตั้งแต่ปี พ.ศ. 2519 เป็นต้นมา ผลของการขุดค้นพบรูปปั้นกองทัพทหารและรถม้าดินเผามากกว่า 8,000 ตัว และรถม้าไม้มากกว่า 100 คัน ในจำนวนหลุมภายในสุสานที่ขุดพบมีอาณาเขตพื้นที่รวมกันถึงกว่า 20,000 ตร.ม.วันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2522 กองทัพทหารดินเผาภายใต้มหาสุสานฉินสื่อหวงได้เปิดให้สาธารณชนเข้าชมอย่างเป็นทางการ และในเดือนธันวาคม พ.ศ. 2530 องค์การยูเนสโกได้ลงมติให้ สุสานจิ๋นซีฮ่องเต้ หรือ สุสานฉินสื่อหวง เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม
650 _aจีน--ประวัติศาสตร์
650 _aมรดกโลก
850 _aKCNL
856 _uhttps://se-ed.belibcloud.com/book-detail/18482
_yse-ed e-library
942 _2local
_cEBK
998 _cbee
999 _c37676
_d37676